วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

People Watcher

Source : รายการ People Watcher ประเทศอังกฤษ เห็นว่ามีประโยชน์ในแง่การเข้าในมนุษย์ไม่มากก็น้อย เลยเล่าสู่กันฟัง เผื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเข้าถึงจิตใจคน เพื่อการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้น


  • ความคิดสร้างสรรค์ เกิดขึ้นเมื่อเราคิดนอกกรอบ พยายามติดป้ายคิดนอกกรอบนี้ไว้ที่โต๊ะทำงาน
  • ถ้าจะขอความช่วยเหลือเรื่องใหญ่ๆ จากใคร ให้เริ่มจากของความช่วยเหลือเรื่องเล็กๆ ก่อน
  • ช็อคโกแลตเค้กหน้าตาสวย ขายในราคา 5 ปอนด์ กับช็อคโกแลตเค้กหน้าตาธรรมดา ราคา 1 ปอนด์  5 ปอนด์ ดูสวยหรูกว่า คนชิมแล้วจะรู้สึกอร่อยกว่า เปรียบเทียบทั้งราคา ชื่อสินค้า หน้าตา ทั้งๆ ที่ของสองชิ้นผลิตมาเหมือนกัน เช่นเดียวกับการทดลองซื้อไวน์ราคาถูก มาใส่บรรจุภัณฑ์ ขวดธรรมดา กับขวดที่ดูสวย หรูหรา ราคาแพง คนชิมไวน์แล้วจะรู้สึกว่าไวน์ที่ใส่ขวดราคาแพงมีรสชาติที่ดีกว่าไวน์ที่ใส่ขวดราคาถูก ทั้งๆ ที่เป็นไวน์มาจากไวน์ราคาถูกเดียวกัน แสดงให้เห็นว่า คนเรายังยึดติดภาพลักษณ์ภายนอก มันมีส่วนช่วยเรื่องรสชาติ ราคา มูลค่า ฯลฯ ได้เป็นอย่างดี
  • คนจะเอนเอียงตามผู้เชี่ยวชาญ เพราะดูน่าเชื่อถือกว่า ทั้งที่อาจจะไม่จริงก็ได้
  • ทำโฆษณาหน้าร้าน มีป้ายโฆษณาด้านหน้า มันจะกระตุ้นการขายของยี่ห้อนั้น ก่อนเข้าร้านคนจะจำได้ ทำให้มีสีสรรชัดเจน มันมีอิทธิพลมาก
Image by thegrocer.co.uk
  • ดนตรี Classic ทำให้เรามีสมาธิในการใช้สมอง ส่วนดนตรี Dance หรือ Rock ทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้น
  • สีแดง มีผลกับการทำงานมาก ทำให้กระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น
  • เสียงเพลงที่เปิดในร้านค้า มีอิทธิพลกับการซื้อของ เช่น ร้านขายไวน์ ถ้าเปิดเพลงอิตาเลี่ยน คนก็จะซื้อไวน์อิตาลี ถ้าเปิดเพลงฝรั่งเศส คนก็จะซื้อไวน์ฝรั่งเศส
  • พนักงานเสริฟ จะได้ทิปเยอะ ด้วยการ... พอเวลามีลูกค้ามาเช็คบิล ก็ให้เขียนหน้ายิ้มลงบนบิลเก็บเงิน ,จำลูกค้าได้, เรียกชื่อลูกค้าได้ถูก, สัมผัสตัว เช่น แตะแขนเล็กน้อย
  • เค้กราคา 1 ปอนด์ ถ้าขายไม่ออก อันดับแรก ต้องบอกราคาชิ้นละ 2 ปอนด์ แต่ซื้อ 1 แถม 1 อันดับสอง บอกว่าลดราคาเหลือครึ่งหนึ่งจาก 2 ปอนด์ เหลือ 1 ปอนด์ อันดับสาม ติดป้ายราคา ลด 50% ซื้อ 2 ชิ้น ราคาแค่ 2 ปอนด์ อันดับสี่ ซื้อ 2 ปอนด์ มีของแถมด้วย (การบอกราคาตรงๆ ขายไม่ออก ไม่ช่วยกระตุ้นในการขาย ทุกคนชอบสินค้าลดราคา จริงๆ แล้วทุกอย่างอาจจะดีเกินจริงก็ได้ คนซื้อระวังไว้)
Image by bestofsigns.com
  • ป้ายปิดประกาศ “ห้ามเข้า” เขียนด้วยลายมือ ไม่ใช้ตัวพิมพ์ มีผลกับคนมากกว่า เพราะเราคุ้นเคยกับตัวพิมพ์มากเกินไป ป้ายไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่มีอิทธิพลกับคน แค่ Post It ก็ได้
  • หน้าตามีผลกับคนภายนอก คนหน้าตาดี คนภายนอกจะดูว่าเป็นคนดี มีความประพฤติดี ส่วนความประพฤติไม่ดี ส่วนใหญ่คนจะคิดว่าเป็นพฤติกรรมคนหน้าตาธรรมดา
  • เป้าหมายที่จะทำให้คนสนใจเรา คือ Shock and Awe ช็อค และชื่นชมเขา (จากภาพยนตร์เรื่อง Hitch)
  • จ้างคนเก็บขยะ 1 ชม. 2 กลุ่ม
1. ให้คนเก็บขยะด้วยความสำนึกในคุณค่า ด้วยความสนุก ไม่ให้เงินจ้าง คนเก็บจะบ่นเรื่องทำไมคนถึงทิ้งขยะมากมายขนาดนี้ เก็บขยะ 1 ชม. คนเก็บพอรับได้
2. ให้คนเก็บขยะโดยให้เงินจ้าง 10 ปอนด์ คนจะเอาเงินเป็นตัวตั้ง คนเก็บจะบ่นโน่น บ่นนี่ ว่าเงินแค่นี้ไม่คุ้มหรอก ให้ 50 ปอนด์ ยังไม่คุ้มเลย แค่ทำงานไม่ถึง 1 ชม. ก็ทนไม่ไหวแล้ว 
* สังเกตุการทำงานที่สนุก มีความตั้งใจจริง ไม่ได้เอาเงินเป็นตัวตั้ง จะทำให้คนทำงานไม่เหนื่อย
  • เพลงคอยสายในโทรศัพท์ที่มีจังหวะที่แตกต่างกัน จะทำให้เรารู้สึกเวลามากหรือน้อยต่างกัน
  •  สมองคนเราไม่ชอบความ “น่าเบื่อ” ไม่รับความน่าเบื่อ ต้องปรับทำให้น่าสนใจ ตรึงคนไว้ให้ได้ สมองคนเรารับข้อมูลสูงสุดได้ไม่เกิด หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ถ้าน่าเบื่อ เขาจะหนี...
  • จงทำผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ บ้าง เพื่อให้เป็นที่น่ารัก เพราะคนเราชอบความผิดพลาดแบบแปลกๆ มากกว่าความสมบูรณ์แบบ คนจะผ่อนคลาย และจดจำเราได้มากกว่า การทำตัวไม่เนี๊ยบจนเกินไป อาจเป็นเรื่องดีก็ได้
  • ถ้าจะให้คนบริจาคการกุศล ต้องบอกว่า “ทุกเศษสตางค์ก็ช่วยเหลือได้” แค่เศษสตางค์ หรือระบุจำนวนเงินก็ได้ เช่น “แค่ 50 สตางค์ ก็ช่วยคนได้” คนจะให้การบริจาคมากกว่า
Image by keeponkeepingon.org
  • ขายหนังสือพิมพ์ ถ้าเราหนังสือพิมพ์วางไว้บนโต๊ะ มีป้ายบอกให้เอาเงินใส่กล่องถ้าหยิบซื้อหนังสือพิมพ์ คนส่วนใหญ่จะไม่ใส่เงิน แต่พอเอารูปเจ้าของหนังสือพิมพ์ไปติดใกล้ๆ เหมือนจับตามอง คน 6 ใน 8 ก็ยังไม่จ่ายอยู่ แต่ก็ทำให้คนซื่อสัตย์มากขึ้น
  • คำพูดที่สนับสนุนช่วยให้คนบรรลุเป้าหมายได้ เช่น ถ้ามีลูกให้พูดว่า “ลูกมีพรสวรรค์” แต่คำพูดที่แย่ จะทำให้คนประสบความล้มเหลวได้
  • การเรียก “ชื่อ” คน เขาจะมีแนวโน้มที่จะฟังคุณมากขึ้น

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Inspiring Through Creativity

         ความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถที่มหัศจรรย์ ทำให้ชีวิตส่วนตัวดีขึ้น และยังเหวี่ยงเราไปสู่โลกที่เป็นจริงด้านอื่นๆ หรือทำให้เรามีวิธีมองโลกที่แตกต่างออกไป เอ็ดเวิร์ด เดอโปโน ได้ชี้ให้เห็นว่า “หากปราศจากความคิดสร้างสรรค์ ความก้าวหน้าย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ และเราก็ทำตามรูปแบบเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ข่าวดีก็คือ คุณสามารถที่จะเรียนรู้การปลุกความคิดสร้างสรรค์ของคุณขึ้นมาใหม่ได้ สลัดรูปแบบความคิดเดิมๆ และเริ่มสร้างรูปแบบความคิดใหม่ๆ บางอย่างขึ้นมา

         การสร้างความแตกต่าง Think Different อัจฉริยะกับคนบ้าเหมือนกันตรงที่กล้าคิดในสิ่งที่คนอื่นไม่คิด แต่ต่างกันที่ อัจฉริยะจะ “ลงมือทำ” ส่วนคนบ้าจะ “เพ้อเจ้อ” ไปเรื่อยๆ

Image via aliexpress.com

         เหตุผลรูปแบบความคิดสร้างสรรค์มีความสำคัญมากในขณะนี้ ก็เพราะเราเคยใช้ชีวิตโดยพึ่งรูปแบบความคิดเดิมๆ และเราก็ดำเนินชีวิตที่เป็นปกติ สุขสบายดี แต่เราควรจะหาสิ่งที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ เพราะโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว และกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วย

Image via livingempowered.areavoices.com


ไอเดียใหม่ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อ...
  1. เปลี่ยนทิศนอนดูบ้าง กลับหัวกลับหาง
  2. จับงานอดิเรกใหม่ๆ
  3. ลองทานอาหารใหม่ๆ เรียกบ๋อยมาแนะนำอาหารแปลกๆ
  4. ร่วมในงานสโมสร หรือสมาคมแปลกๆ
  5. เปลี่ยนโต๊ะทำงาน เปลี่ยนมุมทำงานบ้าง
  6. ออกไปทานอาหารกับคนใหม่ๆบ้าง
  7. คุยกับคนแปลกหน้าในทุกที่ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่าพูดอะไรเข้าตัวเอง ทักทายกัน ยิ้มเข้าไว้ แนะนำตัวให้เขาน่าติดตาม ฟังเขาก่อน ช่วยเหลือเขาก่อน ทำให้เขาเชื่อใจ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นเป้าหมายสำคัญ การที่คุณพยายามหาทางช่วยเหลือผู้อื่นในยามที่เขาเดีอดร้อนนั้น เปรียบเสมือนคุณกำลังสะสมความประทับใจจากเขา และท้ายสุดเขาก็จะรู้สึกดี เขาจำเป็นต้องตอบแทนคุณด้วยเช่นกัน
  8. เข้าเรียนหนังสือ หรือคบเพื่อนใหม่ๆ
  9. หัดเล่นกล เล่นเกมส์บ้าง
  10. เปลี่ยนความคิดเป็นไอเดีย เปลี่ยนไอเดียเป็นการกระทำ
พฤติกรรมการเปิดโอกาสใหม่ๆ คือหัวใจของการสร้างสรรค์
         ลองหัดนิสัย และพฤติกรรมของผู้ที่ชอบเปิดโอกาส, เปิดประตู, เปิดทางเลือกให้กับตัวเองสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ และลองนำเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่พยายามรวบรวมจากหนังสือต่างๆ รวมทั้งประสบการณ์ของตัวเองกว่า 20 ปี มาช่วยเป็นแรงบันดาลใจ หวังว่าอาจจะช่วยเป็นแรงกระตุ้น และจุดเชื้อเพลิงให้กับหัวคิดสร้างสรรค์ของนักคิดที่เป็น Idea Creativity ได้ไม่มากก็น้อย ลองฝึกฝนและทำบ่อยๆ ให้กลายเป็นวัฒนธรรมของตนเอง และกลายเป็นนิสัยประจำตัวของเรา

Image via buzzquotes.com
i
         คำว่า “ไอเดีย” ไม่มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือห้างฯ ดังๆ แต่มันเกิดจากการสะสมประสบการณ์บวกกับความขยันอ่าน ขยันดู ขยันฟัง แล้วมาประยุกต์ ฝึกคิด ฝึกปฏิบัติ และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ให้เข้าไปในธนาคารข้อมูล พอจะนึกใช้ก็นำมาประยุกต์ และเชื่อมต่อกับโจทย์ ถามว่า ทำไมเวลามีโจทย์ยากๆ ถึงคิดไอเดียไม่ออก ตำตอบคือ คุณขยันหาความรู้ใส่ตัวมากพอรึเปล่า
        พยายามดูอะไรแปลกๆ บ้าง เอาแปลกจริงๆ แบบคิดได้ไงเนี่ย ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้เสมอ คนส่วนใหญ่จะสนใจด้านลบมากกว่าด้านสว่างสะอีก

         Passion คือ ทำอะไรต้องมี Passion ต้อง Out of Comfort Zone ลองทำอะไรใหม่ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะสบายๆ หรืองานยุ่ง ต้องออกมาทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่ชินบ้าง เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นชีวิต

ต้องคิดใหม่ คิดแปลก คิดต่าง ขยันคิด
  1. ให้คุณค่าความคิดต่างๆ ไม่มองผ่านเลย ทุกความคิดมีความสำคัญ
  2. ค้นหาทางเลือก วาดฝันสูง มี Imagination
  3. ชอบเสี่ยง ทุกอย่างเกิดขึ้นแน่นอน
  4. เชื่อมโยงสิ่งที่ไม่เกี่ยวโยงกัน คิด สร้างสรรค์ แก้ไข เชื่อมโยง
  5.  ไม่กลัวความล้มเหลว สมการ ความคิดสร้างสรรค์ = ความล้มเหลว (เกิดความล้มเหลวแน่ๆ โทมัส อันวา เอดิสัน ล้มเหลวมาแล้วกว่าพันครั้ง)


ทำอย่างไรให้สนุกกับการคิด
  1. ต้องกำจัดฆาตรกรความคิดสร้างสรรค์ ต้องไม่ซีเรียส อย่ามองภาพลักษณ์เกินไปจะปฏิบัติไม่ได้ ข้อแม้เยอะ เช่น ไม่สามารถทำผิดพลาดได้ ไม่มีเงิน แต่... ฯลฯ
  2. ถามคำถามที่ถูกต้อง ทำไม่จึง... อะไรคือ... อะไรจะเกิดขึ้นถ้า...
  3. ต้องสร้างสภาวะแวดล้อมที่สร้างสรรค์ ให้ทีมงาน แต่ละกลุ่มคิด และเสนอหน้าออกมา
  4. ต้องให้เวลากับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ อย่าเร่ง
  5. ออกจากหีบ ไปสถานที่ใหม่ๆ ผจญภัยจะทำให้มีความคิดใหม่ๆ


ผู้นำแห่งความคิดสร้างสรรค์ต้องมองไกล วิสัยทัศน์จะเป็นตัวบอกถึงผู้นำที่มีประสิทธิภาพ ต้อง...
  1. มองก่อนคนอื่นเห็น
  2. ต้องมองเห็นความเป็นไปได้ทุกเหตุการณ์ ไม่ใช่มองแต่ปัญหา
  3. วาดภาพใหญ่ (Big Picture)
  4. อนาคตจะมายังไงต้องรู้ จะพาทีมไปในทางไหน
         เคยได้ยินคำนี้ไหมครับ “คนธรรมดา โลกไม่อยากจำ” ลักษณะพิเศษของนักคิดสร้างสรรค์คือ พวกเขาชอบทำสิ่งต่างๆ ในวิธีที่แปลกใหม่ไม่ธรรมดา ไม่กลัวที่จะต้องเสี่ยง และชอบลองความคิดใหม่ๆ แม้ว่าอาจจะผิด และอาจดูเป็นคนโง่ อย่างที่กวี โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ ได้พูดไว้ว่า “ความคิดที่หาญกล้าเปรียบเหมือนตัวหมากรุกที่รุกไปข้างหน้า พวกมันอาจพ่ายแพ้ในช่วงแรก แต่ก็ชนะเกมได้ในที่สุด”

Image via thaifranchisecenter.com

         ตามที่นักจิตวิทยา โฮเวิร์ด กรูเบอร์ได้กล่าวไว้ว่า “คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงแค่มีแรงกระตุ้นให้ทำเท่านั้น เขา (หรือเธอ) มุ่งทำงานด้วยวิสัยทัศน์ ความหวัง ความสุขที่ได้ค้นพบ ความรักในความจริง และมีความรู้สึกปิติยินดีอย่างเหลือล้มในกิจกรรมที่สร้างสรรค์เหล่านั้น” ด้วยการไม่ชอบทำอะไรตามแบบแผน และไม่สนใจความซ้ำซากจำเจ และความเป็นระเบียบ นักคิดสร้างสรรค์จึงมักใช้ชีวิตที่ดูวุ่นวาย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป

         ที่จริงแล้ว เอ เอ ไมลน์ ผู้แต่งหนังสือเรื่อง Winnie The Pooh กล่าวไว้ว่า “หนึ่งในข้อดีของความเป็นคนไม่มีระเบียบแบบแผนคือ เขามักค้นพบอะไรที่น่าตื่นเต้นได้ตลอดเวลา”


Image via relax.ru

         คนที่มีความคิดสร้างสรรค์จะมีลักษณะเป็นคนขี้เล่น และขี้สงสัยเหมือนเด็ก มีความกระตือรือร้นคุกรุ่นอยู่ในชีวิตตลอดเวลา และดูเหมือนว่าจะไม่เคยโตเป็นผู้ใหญ่เสียที ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ใช่คนคิดมาก และมีความคล่องแคล่วตามธรรมชาติอยู่ในตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาจะไม่พอใจอะไรง่ายๆ หรือไม่ยอมกระบวนการคิดของตัวเองเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ หรือติดอยู่ในร่องแคบๆ อย่างไรก็ตาม มนุษย์ไม่ใช่รถราง หรือรถไฟที่ถูกจำกัดให้แล่นอยู่เฉพาะบนราง แต่ควรมีอิสระเสรีที่จะมุ่งไปสู่ทิศทางที่พวกเขาปรารถนา บางทีก็เป็นนักคิดสร้างสรรค์ คุณอาจจะต้องกลายร่างเป็นภูตพรายที่ไม่ถูกจำกัดด้วยกำแพงขวางกั้น ทว่าสามารถเดินทะลุกำแพงไปได้ราวกับไม่มีกำแพงอยู่ตรงนั้น

         บ่อยครั้งที่ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวข้องกับการความคิดที่มีอยู่มาผสมผสานกันใหม่ หรือขยายความคิดเพื่อสร้างทฤษฎี และแนวคิดใหม่ๆ

         การฟังดนตรีเฉพาะดนตรีคลาสสิก จะขยายเส้นประสาทให้กว้างขึ้น และกระตุ้นการเรียนรู้ และความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนั้นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่าสมองไม่เคยหยุดแตกแขนงใหม่ และไม่เคยปรับตัวเองหลังจากอายุห้าขวบอย่างที่เคยเชื่อกันมาก่อนว่าสมองจะหยุดพัฒนาหลังจากอายุห้าขวบ สมองยังคงสามารถเปลี่ยนรูป และพัฒนาได้ตลอดชีวิตซึ่งจริงๆ แล้วก็เหมือนกับกล้ามเนื้อของคนเรา ยิ่งใช้มากเพียงใดก็ยิ่งเติบโต และแข็งแรงขึ้นเพียงนั้น เช่นเดียวกัน ยิ่งคุณท้าทายสมองของคุณมากเท่าใด เส้นประสาทก็ยิ่งทำงานได้ดีขึ้น และคุณก็จะยิ่งเข้าใจโลกรอบตัวคุณได้มากขึ้นเท่านั้น นักประสาทวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า “การเปลี่ยนรูปที่ขึ้นอยู่กับการใช้”

Image via classiccityband.org

         ชาร์ลส์ ดาร์วิน เขียนไว้ในอัตชีวประวัติของเขาอย่างน่าสนใจว่า “หากผมมีโอกาสใช้ชีวิตอีกครั้ง ผมจะตั้งเป็นกฎให้ตัวเองว่า ต้องอ่านบทกวี และฟังดนตรีอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อบางทีส่วนต่างๆ ในสมองของผมที่ลีบฝ่อไปแล้วจะสามารถกลับมาทำงานได้อย่างแข็งขัน”

Image via iStockphoto, Henrik5000